Travel

ย่างกุ้ง ตอน2 : เมียนมา หมายมุ่งมา มิมองเมิน

posted by โอ๊ต-ครับ-ผม October 9, 2017

ก่อนไปเหมือนมีอะไรบังใจ ทำให้เรามองเมินเมียนมา หารู้ไม่ของดีอยู่ใกล้บ้านเรา

 

สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งกับรีวิว “เมียนมา” … กับเมืองย่างกุ้ง เมืองที่ใกล้ตัว แต่ไกลใจ

สมัยก่อน … พอมีโอกาสออกเดินทางก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะเที่ยวให้ครบประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศให้ได้ … พิชิตให้ได้สักจุดบนแผนที่โลก
ก้เลยออกเที่ยวไกลๆก่อน อินโนีเซีย ฟิลิปินส์ไปนู่นเลย … ไล่มาจนครบ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน แต่การได้เที่ยวเมียนมา 
ก้ดันเป็นเมียนมาตรงเกาะสอง และไปดำผุดดำว่ายที่ทะเลอันรดามัน เกาะหัวใจมรกตอันโด่งดังเลย

ส่วนประเทศสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ … แต่ยังหาทางไป ติมอร์ ตะวันออกไม่ถูก 55+
ถ้าได้ไปติมอร์ คงครบ 11 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สักวัน 

มาถึงเมียนมา หรือที่คนไทยคุ้นเคยว่า พม่า … (กระทู้นี้จะเรียกทั้งเมียนมา ทั้งพม่านะครับ … ทั้งให้เกียรติชื่อใหม่ แต่ก็เอาแบบคุ้นปากคู่ไปด้วย)
พรมแดนติดกัน แต่เพิ่งมาเมืองหลวงเก่าเค้าครั้งแรก

ก่อนเริ่มเที่ยว … สารภาพก่อนว่า “มุมมอง และสิ่งที่ได้ยินมา” ของเมียนมา เป็นยังไง

– เมืองต้องมีแต่ตึกเก่าๆ แน่เลย
– ต้องหาห้องน้ำเข้ายากแน่ ๆ
– อาหารไม่น่าอร่อย
– ห้างไม่น่าจะมีให้เดิน
– ไม่รับบัตรเครดิต
– แท็กซี่จะขี้โกง โก่งราคาเราไหม
– คนน่าจะดุ … ต้องไม่ค่อยอยากคุยกับคนไทยแน่ๆ
– เมืองต้องรกๆแน่ๆ
– ต้นไม้ไม่น่าจะเยอะ
– ชีวิตจะมีสีสันไหมน้อ … ต้องดูย้อนยุคแน่ๆ

ไงหละ ก่อนไปก็ดูจะมีอะไรสักอย่างบังใจอยู่ … อยากรู้เหมือนกัน
ดังนั้นไปเที่ยวด้วยตัวเองนี่แหละ จะได้พิสูจน์ไปเลย เอาให้เห็นกับตาตัวเองนี่แหละ

 

สำหรับตอนที่ 1 กับการเดินทาง ไปกลับ กรุงเทพ-ย่างกุ้ง กดลิ้งค์ด้านล่างได้เลยฮะ

รีวิวสายการบิน MYANMAR AIRWAYS INTERNATIONAL ประสบการณ์ครั้งMAI

http://www.lostisfun.com/index.php/2017/10/06/mai/ 

——————– 16 มิถุนายน 2560 ———————-

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560   ทริปป่วนก๊วนมหาลัย กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

พอเครื่องจอดเทียบงวงปุ๊บ อะดรีนาลีนก็หลั่ง … กรีี๊ดอยากเที่ยวแล้ว
เครื่องสายการบิน MAI พาเรามายังท่าอากาศยานนานาชาติ มิงกาลาดอน ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา
ลงจากเครื่องปุ๊บ ทุกคนแบบว่า “เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยย สนามบินใหม่อ่ะ ใหญ่โตอยู่นะ ไม่ขี้เหร่เลย”

งวงที่เทียบก็เป็นกระจก มองเห็นวิวชัดเจนสวยงาม


พวกเราไม่ค่อยรีบเท่าไหร่ ให้คนอื่นลงไปก่อน ค่อยๆเดินสำรวจอาคารผู้โดยสารไป

อาคารปูพรมนะ … คล้ายๆสนามบินชางงี ที่สิงคโปร์เลย

มาถึงทุกประเทศ ด่านแรกที่ต้องมาสำรวจก็คือ “ห้องน้ำ” … มาถึงต้องเจิม … ผมถือ ถ้าเราเจิม จะได้กลับมาเที่ยวอีก 55+

มาถึงปุ๊บ สำรวจห้องน้ำปั๊บ ใหญ่โต กว้างขวาง สะอาดมากกกก ประทับใจ …


จุดเคาน์เตอร์ให้กรอกใบ ตม. ก็มีข้อมูล ตัวอย่างการแปลว่าช่องไหนกรอกอะไรหลายภาษาเลย
รวมถึงภาษาไทยด้วย


ด้วยความเที่ยวบินไม่เยอะนัก ต่อแถว ตม. ไม่ยาว ไม่ถามอะไรเลย

พอ ตม. ประทับตราให้ผ่าน ตอนรับคืนก็ “เจซูตินบ่าเด” หรือ ขอบคุณคร้าบบบกลับไป ^^” >>> น้องแม่บ้านที่ออฟฟิศสอนมา

มาถึงจุดรับกระเป๋า …  กระเป๋ามาไวมาก แน่หละ สนามบินไม่ใหญ่เท่าไหร่ คนไม่เยอะ ก็มีข้อดีตรงนี้แหละ

หลังผ่านด่านศุลกากรออกมาปุ๊บ
เพื่อนๆ ขอตัวไปแลกตังค์ จากดอลล่าห์สหรัฐฯ มาเป็นจ๊าด … แลกไว้สักครึ่งนึง จะได้พอมีเงินจ๊าดติดตัวไว้ใช้บ้าง

ส่วนข้าพเจ้ายืนรอตรงแถวๆทางออกนั่นแหละ … พอเฝ้าของปุ๊บบบบบบบบ

เอาแล้ววววว ชาวพม่าผู้อารีย์ก็เดินมาห้อมล้อมมากมาย 

“ไปไหนครับพี่”

“ไปอินทร์แขวนไหมๆๆๆๆ ชเวดากองไหมครับ” พูดไทยชัดเจนมากกกกกก

“ไปกับผมได้นะ ไม่แพงครับ … “

“พี่จองรถมาแล้ว ไม่ไปนะคร้าบบบบ” แอบถามราคามา ก็เป็นเรตใกล้เคียงกับที่ข้าพเจ้าจองคนขับรถ + รถ ไว้ล่วงหน้าแหละ

ประมาณ 40 -50 ดอลลาห์ต่อวัน ไอ้เราก็ปฏิเสธไป … คุณน้องก็ตามมาคุย มาตื๊อตลอด 

ครั้นจะเดินหนีก็ไม่ได้ เพราะว่าทุกคนเอากระเป๋ามารวมไว้ที่ข้าพเจ้าคนเดียว

ฮืออออออ T___T”

พอเพื่อนมา ก็รีบเลยจ้า … ไปที่บูทแท็กซี่เพื่อเข้าเมือง

ซื้อตั๋วแท็กซี่เข้าเมือง ตอนแรกเค้าบอกว่า 7,000 จ๊าด

แต่ๆๆ พอเค้าถามว่ากี่คน บอก 4 คน เค้าบอก คนเยอะต้อง 8,000 จ๊าดนะ (ราว 200 บาท)

จ่ายไป แล้วก็เดินตามคุณคนขับแท็กซี่ตามลำดับคิว … โอเค ไม่ต้องเหนื่อยกับการต่อรอง

*** แต่มารู้ตอนหลังว่า จริงๆ ราคามันแค่ 7,000 จ๊าดเอง เพื่อนที่ไปพม่าบอกว่า เฮ้ย โดนโก่งราคาแล้วแหละ

ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

วินาทีแรกก็โดนซะแล้ว 


รถมา ก็ทะยอยเอาของขึ้นรถ ก็คันใหญ่ดีนะ แอร์เย็น … 

ออกจากสถนามบิน อื้อหือ กำลังสร้างอาคารเพิ่มอีก  … ดีๆ 

เข้าเมือง สิ่งที่สังเกตุได้เลยก็คือว่า ต้นไม้เยอะมาก ดูร่มรื่น ดูสะอาดดีทีเดียว 


ก่อนมาก็คิดว่า ตึกสูงๆคงไม่ค่อยมี ตึกสวยๆคงไม่มีให้เห็นเยอะนัก

แต่พอมาจริงๆ ตึกสูงก็เยอะนะ … ตึกสวยๆใช้กระจกเยอะๆ งานออกแบบดีๆเพียบเลย

เออ … ลบภาพพม่าที่คาดว่าจะเน้นเมืองเก่า ตึกปูนออกไปเลย


ประมาณ 30 นาที ก็มาถึงโรงแรม จริงๆระยะทางไม่ไกลนะ แต่ๆๆๆ รถแอบติดอ่ะ >__<”

แยกมันเยอะด้วย ยิ่งพอเข้ากลางเมือง เดี๋ยวเจอไฟแดง เดี๋ยวไฟแดง

สำหรับที่พักเรานั่นก็คือ Merchant Art Boutique Hotel โรงแรมที่ได้รับคำแนะนำ คะแนนรีวิวสูง มีอาหารเช้า ฟรีไวไฟ
ไม่ไกลจากชเวดากอง แถมด้วยราคาที่ไม่แพง 3 ดาวนิดๆ แถมโรงแรมดูใหม่ดีนะ


ตอนจองโรงแรมนี่คุณเพื่อนๆ ก็ไปช่วยกันหาว่าจะไปนอนไหน เพราะว่า ต่างคนต่างไม่เคยไปย่างกุ้ง 555+

เพื่อนสตรีแม่บ้านอยุธยา ผู้ชอบไล่ล่าของฟรีตามเว็บ และส่วนลดตามเน็ต นางก็แนะนำให้ไปจองกับทราเวลโลก้า (traveloka)

นางทำการบ้านมา เพราะว่า ช่วงนั้น โชคดีเค้าแจก Code ลดราคาที่พัก ทราเวลโลก้า เค้าแจกมา … โฮ๊ะๆ อะไรที่ลดราคา ช่วยเซฟตังค์ก็จัดไปสิ

** ใครโหลดแอพมา ก็เช็คตรง Ongoing promos ได้นะ … มันจะมีส่วนลดราคาโรงแรม ตั๋วเครื่องบินมาเรื่อยๆ
หรือถ้าพ่วงกับบัตรเครดิตอะไรก็ได้ลดลงไปอีก

นี่จองสอง 2 ห้อง ก็ลดได้หลายร้อยบาท … หลายร้อยบาทเนี่ย … ในเมียนมา เหมือนได้กินข้าวฟรีไป 2 มื้อเลยนะ 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

** เวลาประหยัดได้ นี่มันฟินนนนนน *** 

ตอนเช็คอินง่าย สบายๆ เอาเอกสารที่ปริ้นท์มาส่งให้เค้าพร้อม พาสปอตทั้ง 4 คนที่เข้าพัก
แว้บเดียวก็ได้ห้องมาแล้ว … พนักงานน่ารัก ยิ้มแย้มทักทายดีเชียว

ถ้าใครกำลังหาที่พักสำหรับทริปย่างกุ้ง ที่ผม

พัก Merchant Art Boutique Hotel  ก็ไปดูรูป ข้อมูล รีวิวการเข้าพักที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้เลยครับ >>
https://www.traveloka.com/th-th/hotel/myanmar/merchant-art-boutique-hotel-1000000568669

ดูห้องแบบต่างๆ *** นี่ๆ บางห้องนี่ชั้นสูงเปิดหน้าต่างมาเห็นเจดีย์ชเวดากองอยู่ลิบๆด้วยนะ
หรือไปดูข้อมูลเพิ่มเติม รูป รีวิวประกอบการตัดสินใจได้ … ที่นี่เขาได้คะแนนจากคนที่เคยเข้าพักสูงทีเดียว แสดงว่าบริการดีเป็นที่ประทับใจจริงๆ

แต่คะแนนสูงนี่ก็ต้องมานอนเองถูกป๊ะ อิอิอิ … ว่าแล้วเช็คอินเรียบร้อย ก็ได้เวลาสำรวจโรงแรมสักหน่อย


โรงแรมนี้มีความเก๋อย่างหนึ่งก็คือ ชั้นล่างสุด มี 3D Art แห่งแรกในเมียนมา ให้ทุกคนได้มาแอคชั่นถ่ายรูปกันสนุกสนาน ^^”

ฟรีเด้อ … 

มีหลายรูปหลายมุมมาก … แอบเอามาให้ดูบางส่วน ที่เหลือ มาถ่ายรูปเองเลย อิอิอิ

** ลืมบอกไปมันอยู่ในส่วนห้องอาหารนะครับ เช้าๆคนจะเยอะไปนิด บ่ายๆ เย็นๆ คนน้อย แอคชั่นมันส์กว่ามากครับ


ได้เวลาเข้าห้องพัก … ลุ้นมากกับห้องพัก ไม่รู้ว่าแอร์จะเย็นไหม 555+

เพราะเป็นคนที่ติดแอร์มากกกกก ต้องเย็นๆ แบบเปิด 16 องศางี้ ร่างถึงจะไม่เน่า เอ๊ย ถึงจะหลับสบาย ฮ่าๆๆๆ

คาดว่าชาติก่อนเกิดเป็นหมีโพล่าแน่ๆ

เข้าห้องมาปุ๊บ

แว๊กกกกกกกกกกกกก ห้องดี ห้องสะอาด พื้นสะอาด แอร์เย็น เตียงดีมาก … ทีวีก็ชัดดีมีหลายช่องมาก สมคะแนนรีวิว 9.1 
แต่วิวนอกหน้าต่างที่ได้ มันติดกับตึกข้างๆเลยไม่ได้เปิดหน้าต่างเลย 555+


ห้องน้ำดี มาตรฐานดีเชียว น้ำประปาไหลแรงมากกก ชอบๆๆๆๆ

จุดที่น่ารักคือ มี Welcome Fruits ด้วยนะ … 

สรุปเรื่องที่พัก … ราคาหลักพัน (ฤดูฝน โลวซีซัน) + ได้ส่วนลดเพิ่มเข้าไปอีก เหลือพันต้นๆ
ที่นอนดี ห้องน้ำดี พนักงานดีมาก มีอาหารเช้าให้ด้วย … เอาไป 9 คะแนน

หัก 0.5 คะแนนไว้ตรงสถานที่ที่อยู่ใกล้ชเวดากองก็จริง แต่มันเป็นซอย อาจจะไม่คึกคักมากนักในยามค่ำคืน แต่ก็ไม่ขี้เหร่อะไรเลย
กับ หัก 0.5 คะแนน จาก Free Wi-Fi หลุดบ่อยไปนิดนึง … แต่ไม่ซีเรียสครับ ไม่ได้อัพอะไรมากมาย พอเล่นเฟสบุค อัพ ไอจี ได้ ก็โอเคแล้วฮะ ^^”

————- ได้เวลาออกตะลอน ———-

ตามแผน … (ฮึ กล้ามีแผน) วันนี้ก็กะว่ามาถึงแล้ว อาบน้ำ อาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าสักนิด แล้วก็จะไป ชอปปิ้งกันก่อนเลย
แล้วเย็นๆก็ไปชเวดากอง … ตามแผนนี้ … นี่ทำพาวเวอร์พ้อยต์ไว้เลยนะ อิอิอิ

แต่ ฝนตก T______________T” มาเที่ยวทีไรฝนตกตลอด

ชั้นแค่ตัวดำอย่างเดียวนะ ไม่ได้เป็นแมวดำ ไปไหนฝนตกตลอด

ทำอะไรไม่ได้ ก็เลย นอน นอน และนอน จนกว่าฝนจะหยุดตก … ซึ่งก็ปาไปสองชั่วโมงกว่าๆ

ได้ฤกษ์ออกจากที่พัก เกือบๆ บ่าย 4 แล้ว เสียเวลาเที่ยวไป 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ดังนั้นเลยคุยกับเพื่อนว่า โอเคมาปรับแผนกันใหม่ … วันนี้ไปแค่ ตลาดสก๊อต แล้วเดินห้างใหม่กลางเมือง แล้วค่ำๆ ไปชเวดากองกัน

3 ที่ น่าจะพอดี ๆ ไม่ตึง ไม่รัดเกินไป … เพื่อนก็โอเค 


โชคดีมาก เดินออกมาโรงแรมปุ๊บ มีรถแท็กซี่ที่มาส่งแขกคนอื่นพอดี เลยบอกเค้าว่าไป

ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบยก อองซาน (Bogyoke Aung San Market)

ถามเค้า เค้าบอกว่า 3,000 จ๊าด โอเค ไปสิ ถูกมากกก แค่ 75 บาทเอง หาร 4 คน ตกคนละ ไม่ถึง 20 บาท อิอิอิ

โหวววว ตึกสูงกลางเมืองย่างกุ้ง แถมเป็นกระจกด้วยนะ

^^”

พอผ่านหน้าตึก อ่าว นี่มันห้าง Junction City ห้างใหม่แกะกล่อง ใจกลางย่างกุ้งเลย

ที่ตั้งก็ดีมาก เพราะตรงข้าม ตลาดสก๊อต (Bogyoke Aung San Market) เลยทีเดียว

ถึงแล้ว ตลาดโบยก อองซาน (Bogyoke Aung San Market) 

ถามว่ามีภารกิจอะไร … มีภารกิจสำคัญมาก นั่นก็คือการ หาซื้อโสร่งจ้าาาา 3 วันนี้ อยากแต่งตัวให้เหมือนชาวเมียนมา
ดังนั้น ต้องมาหาโสร่งนุ่งกัน

ที่นี่ ขายทั้งของฝาก หยก พลอย รวมถึงผ้ามากมาย … ไปๆ ลุยชอปปิ้งกัน

เข้ามาตลาดปุ๊บ เจอพระบรมฉายาทิศลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ โดดเด่นหน้าทางเข้าตลาดเลย
คนไทยหยุดถ่ายรูปกันเต็มเลยครับ

ภายในตลากสก๊อต โอ่โถงมาก … หลังคาสูง อากาศเลยระบายดี ไม่ร้อน
ตรงกลางๆนี่เค้าขายพวกเพชร พลอย หยก ต่างๆนานา … อันนี้ไม่สันทัด เดินชมอย่างเดียวจ้า


เดินได้ไม่เท่าไหร่ เพื่อนสตรีทั้งสองนาง บอกว่า มาพม่าทั้งที ต้องแต่งเต็ม นางแวะเลยจ้า แวะซื้อรองเท้าแตะแบบพม่าก่อนเลย

เอา เอาให้สุดตั้งแต่หัวจรดเท้า ^^” คู่ละ 90 บาท โอเค รับได้ ไม่แพง เก๋อยู่ ^^”


จากนั้นก็เดินเข้าซอกนั้น ออกซอกนี้ หาผ้านุ่งกัน ตอนแรกเพื่อนบอกจะแต่งแบบในเรื่องเพลิงพระนางไปไหว้พระ  555+

เอิ่ม นางติดละครเพลิงพระนางมากไปไหม … แต่งแบบคนธรรมดาดีกว่าไหมคุณเพื่อน

ตามหลักการ การชอปปิ้ง คือ ไม่ควรซื้อร้านที่อยู่ทางเดินหลัก เพราะ ทำเลที่ตั้งดี มักราคาสูงกว่า
อย่างผืนนี้ 160 บาทไทย  ก็ไม่แพงมากนี่นา ก็เลยสอยกันมากกันตามชอบใจ

แต่ๆๆๆ …….


แต่พอเดินถัดมาอีกไม่เกิน 30 เมตร แถมเป็นร้านขายผ้าถุงในซอย ในหลืบ

จาก 160 บาท ลดเหลือ 90 บาท เฉยเลย ( 70 บาทก็มี แต่ผ้าไม่สวยนัก)

ฮ่าๆๆๆๆๆ สองสาวกรีดร้องระงมที่ซื้อของแพง อิอิอิ

ทีนี้ได้เวลาผู้ชายซื้อของถูก 555+

ซื้อปุ๊บให้เค้าช่วยสอนวิธีนุ่งให้ด้วย … คืนนี้ไปชเวดากองจะได้ใส่ถูก

ได้ผ้าโสร่งมาเรียบร้อยสำหรับนุ่งใน 3 วัน สามผืน สามสี 3 สไตล์ 

ก็ได้เวลา ข้ามไปเยี่ยมชมห้างใหม่  Junction City ซึ่งอยู่ตรงข้ามตลาดสก๊อตเลย

ทันสมัยมากกกกก มีลิฟต์ให้ใช้ แถมบันไดเลื่อนเชิญข้ามไปอีกฝั่งอีก
จัดเต็มมาก … เหมือนเดิมจากโบนันซ่า ข้ามไปมาบุญครองเป๊ะ

เข้าห้างมาปุ๊บ

เสียงกรี๊ดงี้ระงมเลย … เลยเดินตามเสียงกรีี๊ดไปว่ามีอีเว้นท์อะไร

ป๊าดดดดด มีแข่งเต้นคัฟเวอร์แดนซ์เกาหลี K-pop อยู่

ฝีไม้ลายมือการเต้นนี่ เสื้อผ้าหน้าผม แบบว่าเป๊ะ หลุดมาจาก MV กันเลยทีเดียว

เสียงกรี๊ดงี้ระงมระนาววววว ดังลั่นห้างแตกเลย

คนมุงกันแน่นทั้ง 3 ชั้นเลย

หลังจากดูคัฟเวอร์แดนซ์เสร็จก็เดินหาอะไรกินกัน ^^”

ระหว่างนี้ก็สังเกตว่า ที่รับรู้มาก่อนหน้า ส่วนใหญ่ที่เมียนมาเค้าไม่รับเครดิต ใช้เงินสดกัน

แต่เดี๋ยวนี้บางร้านเริ่มรับบัตรเครดิตแล้วแล้วครับ 


ว่าไม่ได้นะห้าง Junction city ใหญ่โต ตกแต่งหรูหราอยู่นะ

เป็นห้างที่จัดมาเต็มมาก ทั้งร้านค้าแบรนด์เนมหรู ร้านจากนานาชาติมาเต็มเลย

เช่นร้าน PENSHOPPE แบรนด์เสื้อผ้าสัญาชาติฟิลิปปินส์ก็มาเปิดด้วย
รูปพรีเซ็นเตอร์ในร้านสองคนนั้น ไบเฟิร์น กับ มาริโอ้ นะนั่น อิอิอิ


ด้านบนมีโรงหนัง CGV ด้วยฮะ หนังใหม่เหมือนบ้านเราเลย
แถมด้วยมีเทศกาลหนัง International Film festival ด้วยนะ

ส่วนชั้นบนก็มีส่วนของฟู้ดคอร์ทชื่อ Food Street ด้วยฮะ
ตกแต่งสบายตา แนวขาวดำ และผนังต้นไม้(ปลอม)ให้บรรยากาศสดชื่น 

ด้วยความที่ยังไม่ได้กินอะไร ก็เลยคุยกับเพื่อนว่า โอเค กินข้าวเย็นที่นี่แล้วกัน กินเสร็จก็รีบไป เจดีย์ชเวดากอง

ตอนแรกว่าจะกินร้าน Black canyon … แต่เปลี่ยนใจกินเมืองไทยดีกว่า อิอิอิ

หรือจะกินไก่ทอดสัญชาติเกาหลีอย่าง Lotteria ที่มีหนุ่มแร็ปเปอร์สุดหล่ออย่าง Sai sai เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ …

ซึ่ง Sai Sai oี่เป็นพระเอกเรื่อง From Bangkok to Mandalay ถึงคน ไม่คิดถึง หนังร่วมทุน ไทย-เมียนมา ที่ฉายบ้านเราด้วยนะ

หนังเรื่องนี้บันดาลใจมาก ดูจบปุ๊บ ควานหาตั๋วไปเที่ยวเมียนมากันเลยทีเดียว

หรือจะเป็นกาแฟร้านนี้ … คาเฟ่ อเมซอน อิอิอิ

ราคาแก้วนึง ก็ราวๆ 3000 จ๊าด แปลงเงินไทยก็ 75 บาท  (ตีคร่าวๆ 1,000 จ๊าด = 25 บาท)
แอบดูแพงสำหรับค่าครองชีพของชาวพม่า แต่ชาวไทยก็ดูราคาปกติของเรานะครับ

แอบเห็นพี่ๆน้องๆ ชาว ปตท. นั่งอยู่ด้วย อิอิอิ … สงสัยมาทำงานที่นี่

สุดท้ายมาจบที่ร้านบะหมี่ … 55+5

สั่งหมี่มากินหลายแบบมาก มาวางกินด้วยกันตรงกลาง อยากชิมหลายๆแบบ … เฮ้ยยย อร่อยทุกอย่างเลย

เอ๊ะ หรือหิว เลยอร่อยทุกชามเลย 55+

เช็คบิลออกมา เลขที่ออก 15,246 จ๊าด แปลงเป็นเงินไทยก็ 376.90 บาท หารมาไม่ถึงคนละ 100 บาท

เออ ประหยัดอยู่นะ เที่ยวมืองนอก กินข้าวมื้อละ 90 บาท 555+

ทำเวลายังดีอยู่ ^^” ได้เวลาไปเจดีย์ชเวดากองแล้วฮะ

ลงมาที่ชั้น 1 เพื่อเรียกแท็กซี่ไปเลย


ออกมานอกห้างปุ๊บ สมเป็นเย็นวันศุกร์ ผู้คนงี้เยอะแยะ ต่างจากเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อนมาก >__<”

แถมรถเริ่มติด โบกแท็กซี่ได้ปุ๊บ ในใจนี่ลุ้นเลยว่า ขอให้ทันก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะเค้าบอกว่า มาชเวดากอง มาช่วงเย็นกำลังดี

ได้ท้องฟ้าแบบสีฟ้าๆ ม่วงๆ กับสีท้องฟ้าดำสนิทหลังพระอาทิตย์ตก … มันได้ 2 แบบ สองอารมณ์เลย

ในยามเย็นเช่นนี้ รถติดแสนสาหัส คุณแท็กซี่นี่ดุจรู้ว่าเราอยากซอกแซกขนาดไหน

ฮีก็เลยจัดให้ครับ พาเข้าซอกนั้น ซอกนี้ บึ่งในซอยเล็กๆไป บีบแตรไป บางทีก็แทบจะเกี่ยวคนเดินข้างถนน(ที่เดินล้ำถนน) ลงไปบดใต้ท้องรถ

นั่งท่องเที่ยวไทยสามคนนั่งไปลุ้นไป เสียงหวีดร้องมาเป็นจังหวะ 

“กรี๊ด … ว๊าย จะชนม๊ายยยยยยย”

เพียง 20 นาที เราก็ฝ่ารถติดมาจนถึงเจดีย์ชเวดากองได้

ค่าแท็กซี่มาตรฐาน 3,000 จ๊าดเท่าเดิม 

คุณแท็กซี่มาส่งตรงทางเข้านักท่องเที่ยว ตรงที่มีลิฟต์ฮะ 

มาถึงก็ฝากรองเท้าไว้ที่ด้านล่างเลย ไม่ต้องใส่แล้วรองเท้า เก็บไว้ข้างล่างเลย
แล้วก็ซื้อตั๋วเข้าชมอยู่ที่ MMK 8,000 หรือประมาณ 200 บาทเท่านั้น  ช่วยกันบำรุงสถานที่ไปฮะ

จัดการตัวเองเรียบร้อย ก็ขึ้นลิฟต์ไปเลยฮะ ^^”

เดินเท้าเปล่าตามทางไปเรื่อยๆ พอพ้นแนวหลังคาปุ๊บ

ข้าพเจ้านี่นั่งร้องไห้เลย

เจดีย์ชเวดากอง สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

สวยแบบว่า เฮ้ย สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก องค์ใหญ่มากกกก

เพื่อนถาม แกเป็นไร

“อินอ่ะ ขนลุก สวยๆ ดีใจที่ได้มา” 

คืออยากมานานมาก  … ไม่ได้มาสักที … พอมาถึงปุ๊บ องค์เจดีย์งดงาม ยิ่งใหญ่แบบที่เกินคาดไว้มาก

ไม่น่ามองเมินไปไกลเลย


พอฟ้าเริ่มมืด (จริงๆด้วยพายุจะมา) สปอตไลต์ก็ฉายไปที่เจดีย์ … ยิ่งงามไปอีกแบบ ดูมลังเมลืองเหลืองเรืองรองทองอร่ามตามากครับ

เนื่องจากว่าลมเริ่มแรง ฝนเริ่มตกปรอยๆ 

เลยนัดหมายกันว่า แยกย้ายไปเริ่มต้นจาก กราบพระประจำวันเกิดกันก่อน แล้วค่อยวนกลับมาเจอกันที่เดิมนะ

พอนัดหมายเสร็จ ต่างคนก็ต่าง กึ่งเดิน กึ่งสับขา รีบไปยังพระประจันวันเกิดของตนเอง

พยายามไปให้ทันก่อนฝนเทโครมลงมา

หาพระประจำวันเกิดยังไม่ทันเจอ

โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

ฝนตกลงมาแบบว่า กระหน่ำมาก โสร่งที่นุ่งแบบระพื้นงี้เปียกสุดๆไปเลย

หันซ้ายขวาไม่เจอเพื่อน ข้าพเจ้าเลยได้ไปหลบฝนที่ศาลาริมๆเจดีย์นั่นแล
ซึ่งเค้าก็สวดมนต์อยู่ นี่ก็นั่งหดตัวอยู่มุมนึง ที่พยายามจะไม่กวนเวลาการประกอบศาสนกิจของชาวบ้าน 


ฝนเริ่มซา ฟ้าเริ่มเปิด … (แต่อินเตอร์เน็ตไม่เป็นใจ ไม่มีสัญญาณเน็ต ติดต่อเพื่อนไม่ได้)

ก็เอาหละ เดินเลยแล้วกัน รอฝนตกคงไม่ทันการณ์ไม่ได้ไหว้พระพอดี … ร่มไม่มีช่างมัน ตากฝนไปนี่แหละ


เหมือนฟ้าดลใจ เดินไปเดินมาก็เจอเพื่อนพอดี ต่างคนต่างหลบฝนกันสนุกสนาน สภาพแต่ละคนที่เปียกมะล็อกมะแล็ก 555+

แต่ทุกคนแฮปปี้มาก ดูมีความสุข ชื่นใจทุกคน … ตอนนี้ไหนๆก็เปียกแล้ว ก็เดินลุยน้ำท่วมรอบเจดีย์อย่างสบายอรมณ์

แต่ว่าไปถ้ามาเดินช่วงเปียกๆต้องระวังหน่อยนะครับ เดี๋ยวลื่นเด้อ ^^”

ก่อนกลับ ก็เห็นกล้องฟรีให้ส่องดูเพชรยอดเจดีย์ที่ส่องประกาย
เสียดายอดเข้ามิวเซียม อดชมภาพถ่ายเก่า กับจุดที่ให้ยืนชมแสงเพชร เพราะฟ้าฝนไม่เป็นใจ

เที่ยวหน้าฝนก็งี้แหละครับ … อาจจะต้องลุ้นมากหน่อย แต่ก็ประหยัดดีนะ อิอิอิอิ

ลงมาจุดเดิม … มีแท็กซี่จอดอยู่ เพื่อนเขยบอกว่า

“เฮ้ย เดินไหม … เดินรอบเป็นครึ่งวงกลมรอบเจดีย์ แค่ครึ่งรอบก็ถึงที่พักแล้ว”

ฟังดูน่าสนใจ จะได้เดินเล่นไปด้วย


ว่าแล้วก็ออกเดินเท้าไปตามถนนรอบเจดีย์ชเวดากอง แม้จะมีแท็กซี่ตะโกนร้องถาม

แท็กซี่ไหม แท็กซี่ไหมพี่ … ก็ไม่สนจ้า …

พอเริ่มเดินได้สักพัก … จากที่มีแสงสว่าง ก็เริ่มหายไปทีละนิด

พอเดินไปได้สัก 1 ส่วน 4 ของวงรอบเจดีย์ เริ่มรู้สึกแปลกๆแล้วแหละ ทำไมเจดีย์ใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่ครบครึ่งองค์สักที

แถมรอบด้านมืดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >___<”

เริ่มไม่โอเคแล้ว เลยเดินกลับเข้าไปในเจดีย์อีกประตูหนึ่ง ซึ่งก็มืดไม่แพ้กัน


เดินไปเดินมาโผล่ไปแถวกุฏิพระ … อีกแป๊บ หลุดไปแถวโรงซ่อมรถ 

555+ 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย  4 คนนี้แปลกๆนะ มาทำอะไรเนี่ยยยยยยยย

สุดท้ายเดินโผล่มาตรงไหนไม่รู้ของเจดีย์ … จนคุณเพื่อนเขยเอกบอกว่า

” เพื่อนๆ … เรานั่งแท็กซี่กลับโรงแรมกันเหอะ สงสารเมียแล้ว เดี๋ยวเราออกค่าแท็กซี่ก็ได้”

แหมๆๆๆๆๆ ทำมาเป็นป๋า ทำมาเป็นเลี้ยง เชอะ …  ไปที่พักแค่ 75 บาทเองหยะ


จากประตูที่หลงๆอยู่ท่ามกลางความมืด พอขึ้นแท็กซี่ก็มาถึงที่พัก ในเวลาเพียง 10 นาที 555+
ด้วยความที่เพิ่งสองทุ่มนิดๆ ยังไม่ใช่เวลานอนเลยแวะทานข้าวกันข้างๆโรงแรมที่พักนั่นแหละ

มันเป็นร้านแนวคนพม่ามานั่งรวมตัวกันดูละครอะไรแบบนี้ แต่ออกจะเหม็นบุหรี่หน่อย เพราะสูบกันทุกคนเลย
เหมือนนั่งอยู่ใรม่านหมอกควันบุหรี่ ><”


เมนูมา … แต่ดันไม่มีราคาแจ้งนะ 555+

เลยสุ่มๆเลือกมาสัง 3 อย่าง ไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย


พออาหารมา เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยย อร่อยอ่ะ เหมือนอาหารไทยเลย เหมือนมากกก อร่อยมากกก
แต่ข้าวแข็งเชียว  … ข้าวเสาไห้นี่ชิดซ้ายไปเลย

กินเสร็จเรียบร้อย เช็คบิลมา ประมาณ 300 บาทเอง รวม อาหารเครื่องดื่มแล้ว ไม่แพงเช่นเดิม ราคารับได้ อร่อยด้วย

สุดท้ายของวัน เนื่องจากเหนื่อยมาก เลยอยากหาน้ำชาฟองฟอดดื่มสักหน่อย เดินเข้าร่านชำ 3 ร้านแถวที่พัก ไม่มีขายสักร้าน

T___T”

สรุปเลยได้มาดื่มกันที่ห้องอาหารชั้นล่างของโรงแรม พนักงานกุลีกุจอมาต้อนรับดีี๊ดี … เหมือนจะเป็นแขกกรุ๊ปเดียวของคืนนี้ด้วย 555+

กินไป ก็เม้าท์มอยชีวิตที่ผ่านมา ผ่านไปของแต่ละคน

ถึงจะได้คุยกันสม่ำเสมอในไลน์ แต่การได้มานั่งจิบน้ำชาฟองฟอดโอทอปท้องถิ่นพม่าแล้วคุยกันต่อหน้า … มันช่างออกอรรถรสยิ่งกว่า

แถมการได้นินทาเพื่อนฝูงที่ไม่ได้มาร่วมทริปได้ ยิ่งม่วนไปใหญ่เลย

กรู้วววววววววววววววววววววววววววววว

คืนนั้นทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า “เรามองเมียนมาแบบมีอะไรบังใจเราจริงๆ”

มาเที่ยวแล้วทำให้รู้ว่า บ้านเมืองเค้าดูดีเลยแหละ … คนก็น่ารัก อารมณ์ดี ใจดี ยิ้มง่าย สุภาพมาก ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีจริงๆ

เสียดายที่มองข้ามเมียนมาไปเที่ยวที่อื่นซะไกล แต่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ ทำไมเหมือนไกลห่างกันจริง

อีกสองวันที่เหลือ ท่าทางจะมีแต่เรื่องสนุกแล้วแหละ …

อย่าเพิ่งเมินเมียนมากันนะ อยากให้ มองมาที่เมียนมา … จากนั้นลอง หมายมุ่งมา กันนะครับ

^_______^”

เหมือนชื่อกระทู้แหละ “เมิียนมา หมายมุ่งมา มิมองเมิน”

แล้วเจอกันกระทู้รีวิวถัดไป จะพาไปรอบนอก ไปเที่ยวเมือง พะโค หรือ ที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ เมืองหงสาวดี น่าสนุก ^^”

เจซูตินบ่าเด ขอบคุณคร้าบ

โอ๊ต-ครับ-ผม

Comments

You may also like